Make your own free website on Tripod.com
bookwrite.gif (18440 bytes)
      ธรรมบันเทิง
 
      วันนี้อยากจะพูดวิธีการแก้ปัญหาชีวิตด้วยปัญญา ขึ้นชื่อว่าชีวิตหรือความเป็นอยู่นี้ ต้องมีปัญหากันทุกคน เคยมีท่านนายกชาติชายพูดจนเป็นที่ติดปากกันในการบริหารประเทศของ ท่านว่า โนเพรอมแพรม หรือ โนพร้อบเบรม แปลว่า ไม่มีปัญหา เข้าใจว่า ไม่เป็นไรพอแก้ได้ แต่หากใช้กับชีวิตจะไม่เป็นอย่างนั้น หมายความว่าตราบใดที่ยังชีวิตอยู่ต้องมีปัญหา ทั้งนั้นสุดแต่ว่าจะหนักหรือเบาแก้ได้ง่ายหรือแก้ได้ยากเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เราตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่ก็เกิดปัญหาว่าปากไม่ค่อยสะอาด ใบหน้าไม่ค่อยสดใส นี้แหละคือปัญหา เราจะต้องแก้ปัญหาด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น บ้วนปากแปรงฟัน ก็จะรู้สึกสบาย เป็นอันว่าแก้ปัญหาได้ ๑ อย่างแล้ว ต่อมาก็เกิดปัญหาอีกคือรู้สึกว่าหิวอยากจะรับประทานอะไร สักอย่าง ก็แก้ปัญหาโดยการหุงหาอาหารเช้าเพื่อรับประทาน เมื่อรับประทานแล้วก็รู้สึกว่าหมด ปัญหา เป็นอันว่าแก้ไปได้อีก ๑ อย่างแล้ว ไม่มีเงินทองก็เกิดปัญหา เราก็จะต้องแก้ไขปัญหาโดยการทำงานเป็นต้น ตั้งแต่เช้าจนค่ำจนตลอดชีวิตของเราจะมีปัญหาให้แก้อยู่ร่ำไปไม่มีที่สิ้นสุด ตายแล้วเมื่อไรนั้นแหละจึงจะหมดปัญหาไปเปราะหนึ่ง ทีนี้มาวิเคราะห์ว่าปัญหาที่เกิดกับเรานั้นมีกี่อย่าง ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมี ๒ อย่าง คือปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะตัวเราเป็นเหตุอย่างหนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะคนอื่นเป็นเหตุอย่างหนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะตัวเราเป็นเหตุก็แก้ไขได้ง่ายหน่อย ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะคนอื่นก็แก้ยากหน่อย ส่วนชนิดของปัญหาก็มีอยู่ ๒ อย่างเช่นกันคือ ปัญหาที่แก้ไขได้อย่างหนึ่ง เช่น หิว หนาว ร้อน เป็นต้น และปัญหาที่แก้ไขไม่ได้อย่างหนึ่ง เช่นตายเป็นต้น เฉพาะปัญหาที่แก้ได้นั้นท่านแนะว่าให้ แก้ด้วยปัญญา ด้วยเหตุผล ด้วยวิจารณญาณ ดังตัวอย่างจะเล่าให้ฟัง
     มีครอบครัวหนึ่งประกอบด้วยแม่และลูกชายพ่อตายไปนานแล้ว ลูกชายคนนี้เป็นลูกกตัญญู เลี้ยงดู มารดาอย่างดีที่สุด หาข้าวหาน้ำอย่างที่พอจะหาได้เลี้ยงดูมารดา หาเสื้อผ้าให้สวมใส่ อย่าง ไม่ขาดตกบกพร่อง ที่หลับที่นอนก็เช็ดถูปัดกวาดให้เป็นอย่างดี ปูที่หลับปัดที่นอน ถึงเวลานอน แม่เข้านอนแล้วก็บีบบ้างนวดบ้าง จนแม่หลับไปกับมือ คนแก่มักเจ็บไข้ได้ป่วยก็ดูแลจนหายดีทุกครั้ง จนเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไปว่า ลูกกตัญญู
     ต่อมาภายหลังลูกชายได้ภรรยาคนหนึ่งถูกใจพ่อหนุ่มเป็นยิ่งนักจึงไหลหลงตามประสาคนหนุ่ม และข้าวใหม่ปลามัน จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ปรนนิบัติแม่เหมือนอย่างที่เคยทำ หรือทำน้อยลง จนคุณแม่รู้สึกน้อยใจว่า ตั้งแต่ได้ลูกสะใภ้ก็ทำให้ลูกชายรักแกน้อยลง จีงเป็นเหตุให้ไม่ชอบ ลูกสะใภ้นานวันเข้าความไม่ชอบลูกสะใภ้ก็เพิ่มมากขึ้นเป็นที่ขวางหูขวางตาของแม่ผัว ฝ่ายลูกสะใภ้ก็นึกน้อยใจอยู่ว่า คู่ผัวตัวเมียคู่อื่น ๆ เมื่อแต่งงานแล้วก็จะแยกบ้านแยกเรือน ไปอยู่ เรือนหอ เวลาจะหยอกจะเย้ากันเล่นบ้างก็ไม่ต้องอายใคร แต่นี้แม้แต่งแล้วก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน จะกอดบ้าง จะหอมกันบ้างก็อายแม่ผัว จึงเป็นเหตุให้ลูกสะใภ้คนนี้ไม่ชอบแม่ผัวเป็นอย่างมาก คนเรานั้น ลงถ้าไม่ชอบกันแก้วอะไรก็ไม่ถูกใจทั้งนั้น จากความขึ้งเคลียดก็กลายเป็นด่าทอซึ่งกันและกัน จนในที่สุดถึงกับลงไม้ลงมือกันทีเดียวพูดง่าย ๆ ว่า แม่ผัวกับลูกสะใภ้ตีกันทุกวัน
     ในที่สุดความอดทนก็ถึงซึ่งที่สุด คนผู้เป็นแม่ผัวจึงพูดกับลูกชายของตนว่า "ไอ้ทิดเอ๊ย แม่เห็นท่าจะอยู่บ้านเดียวกันกับเมียเองไม่ได้แล้วนะ เพราะอะไรเองก็คงรู้ เอาอย่างนี้นะลูก แม่จะให้ลูกเลือกเอาว่า จะเลือกแม่หรือเลือกเมีย ถ้าเลือกแม่ต้องไล่อีนังลูกสะใภ้ที่ไม่ได้ความ คนนี้ออกไป หากเลือกเมียแม่ก็จะไปตามทางของแม่ ต่อมาคนผู้เป็นภรรยาจึงพูดกับสามีว่า " พี่ฉันเห็นท่าจะอยู่กับแม่ของพี่ไม่ได้อีกแล้ว ตั้งแต่ฉันเกิดมาเป็นตัวตนไม่เคยเห็นแม่ผัวที่ไหน ร้ายกาจเหมือนแม่พี่เลย เอาอย่างนี้นะพี่นะ ต้องให้พี่เลือกเอาว่าจะเลือกฉันหรือเลือกแม่ ถ้าเลือกฉัน ต้องไล่แม่ไปเสียจากบ้าน ถ้าพี่เลือกแม่ฉันจะเป็นฝ่ายไปเอง โลกนี้ไม่ไร้เท่าใบพุดทราหรอก "
     อันนี้แหละที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะคนอื่น เมื่อเกิดปัญหาอย่างนี้ท่านจะแก้อย่างไร แต่เมื่อนึกถึงคำของพระพุทธองค์ว่า จงแก้ปัญหาด้วยปัญญา กระทาชายนายคนดังกล่าวจึง แก้ไขปัญหาครอบครัวนี้ด้วยปัญญาโดยการทำอย่างนี้ ในเวลากลางดึกวันหนึ่ง กระทาชาย นายคนนี้ก็เอาดาบเก่าขึ้นสนิมของพ่อที่ห้อยไว้ข้างฝานานแล้ว เอามาลับกับหินลับมีด เสียงดังแกรก ๆ ข้างห้องของเมีย เมียจึงออกมาดูด้วยความแปลกใจและพูดกับสามีว่า " พี่จะเอาดาบออกมาลับ ทำอะไร โบราณเขาถือลับมีดเวลากลางคืนจะไม่ดี " สามีจึงพูดว่า " อ้าว.. ก็เธอให้พี่เลือกไม่ใช่ หรือ ว่าจะเลือกแม่หรือเลือกเมีย" ภรรยาพูดว่า "ตกลงพี่เลือกใคร" สามีตอบว่า ก็เลือกเธอ นั่นแหละ เพราะเธอยังสาวยังสวยหน้าตาก็สวยสดงดงาน จะมองส่วนใดก็ชื่นอกชื่นใจนัก เวลาทำงานมาเมื่อย เมื่อเห็นหน้าเธอเท่านั้น เหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งทีเดียว เพราะฉะนั้น ฉันจึงตัดสินใจเลือกเธอ ที่ฉันลับมีดนี้ก็เพื่อเอาไว้ตัดคอแม่ฉัน เพราะแม่ฉันแก่แล้วหากฉันไล่ให้แม่ออกไปจากบ้าน ฉันกลัว คนอื่นเขานินทาว่า รักเมียลืมแม่ ฉะนั้นฉันจะฆ่าแม่ของฉันด้วยดาบที่ฉันลับวันนี้แหละ หรือ เธอจะว่าอย่างไร ? ภรรยาตอบว่า ดีพี่เราจะได้อยู่กันด้วยความสุขอย่างไรเล่า ฆ่าเลยฉันจะช่วย จับแขนจับขาให้ .... สามีจึงพูดต่อว่า " ไหน ๆ เขาก็เป็นแม่ฉัน ฉันขอร้องเธอสักอย่างหนึ่งได้ไหม ก่อนที่ฉันจะฆ่าแม่ฉัน ฉันขอให้เธอทำดีกับแม่ฉัน ทำให้แม่ฉันยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะเธอสักเดือน หนึ่งจะได้ไหมหากครบเดือนแล้วฉันจะฆ่าแม่ฉันเองจะทำได้หรือไม่ ? ภรรยาตอบว่า ได้ซิพี่ ก็ทนได้มาเป็นหลายปี ทนต่อไปอีกเดือนเดียวทำไมจะไม่ได้ ครั้นวันรุ่งขึ้นกระทาชายนายคนนั้น ก็ไปลับมีดดาบเล่มเก่านั้นแหละที่ข้างห้องนอนแม่ในเวลากลางดึก คุณแปลกใจก็เลยออกมาดู เห็นเข้าจึงถามว่า " ลับมีดกลางคืนโบราณเขาถือมันไม่ดี จะลับทำอะไรลูก" ลูกชายตอบว่า " อ้าวก็แม่ให้ลูกเลือกไม่ใช่หรือว่าจะเลือกแม่หรือเลือกเมีย " เออ..แล้วเองเลือกใครละลูกหือ ... ลูกชายจึงตอบว่า "ก็เลือกแม่นะซิครับ เพราะว่าแม่ฉันนั้ในโลกนี้มีอยู่คนเดียว ตายแล้วจะหา ใครมาเป็นแม่อีกไม่ได้แล้ว อีกอย่างหนึ่งแม่มีพระคุณต่อลูกเป็นอย่างสูงนักทดแทนอย่างไร ก็ไม่หมดไม่สิ้น ส่วนนังเมียปากร้ายนั้นถือดีอย่างไรจึงมาชี้นิ้วให้เลือกแม่เลือกเมียมันมีสิทธิ์ อะไรเล่าแม่ว่าจึงหรือไม่" ...เออจริงลูก หมายความว่าเลือกแม่แล้วใช่ไหม " ...ใช่จ่ะแม่ แต่ว่าเมียฉันถึงอย่างไรมันก็เป็นเมีย หากฉันไล่มันออกจากบ้าน มันยังสาวยังสวย เกิดมันไป มีผัวใหม่หล่อรวยกว่าฉันแล้วพามาเยาะเย้ยฉัน ฉันจะอายมัน ที่ฉันลับดาบนี้ก็เพราะฉันจะ ฆ่ามันเสียแล้วหมกฝังไว้ใต้ถุนบ้านเรานี้เอง แม่ว่าดีหรือไม่..... มารดาจึงกล่าวว่า ดีลูก ดีลูก ฆ่าเมื่อไหร่แม่จะช่วยจับเอาเสียคืนนี้ดีไหมลูก... เดี๋ยวก่อนแม่ อย่างไรเสียเขาก็เป็นเมียฉันก่อนที่ ฉันจะฆ่ามันฉันขออะไรแม่สักอย่างหนึ่งจะได้หรือไม่...แม่ตอบว่า อะไรล่ะลูก คืออย่างนี้ ก่อนที่ฉัน จะฆ่าเมียฉัน ฉันขอให้แม่ทำดีกับเมียฉันสักเดือนหนึ่งจะได้หรือไม่ หากครบ ๑ เดือนแล้ว ฉันจะฆ่ามันด้วยดาบเล่มนี้...มารดาตอบว่า ได้ซิลูก ทนมาได้ตั้งหลายปี ทนต่อไปอีกเดือนเดียว ทำไปจะไม่ได้ ...
     ว่าแล้ว ทั้งสองแม่ผัวกับลูกสะใภ้ต่างก็ทำดีต่อกันและกัน เอื้อเฟื้อเผื่อต่อกันและกัน นางลูกสะใภ้ก็เอาใจแม่ผัวด้วยการเข้าครัวทำอาหารอย่างที่แม่ผัวชอบ เช็ดถูปัดกวาดเรียบร้อย สวยงาม บีบบ้างนวดบ้าง ปูที่หลับปรับที่นอน เวลาทำก็ทำดี ๆ เวลาพูดก็พูดดี ๆ เป็นต้น ไปไหนมาไหนก็ไปมาด้วยกัน จนชาวบ้านแถวนั้นออกปากกันทุกคนว่า แม่ผัวกับลูกสะใภ้คู่นี้ ไปมาด้วยกันเสมอเหมือนกับเป็นเงาซึ่งกันและกัน ฝ่ายแม่ผัวก็เช่นเดียวกัน นามีกี่แปลง สวนมี กี่ขนัดก็ยกให้ลูกสะใภ้จนหมดสิ้น โดยคิดว่าเมื่อมันตายแล้วค่อยเอาคืน เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ สิ้นกาลสักว่าเดือนหนึ่ง คือครบเดือนพอดี คนผู้เป็นผัวก็ไปนำดาบมาลับอีกเช่นเคย ภรรยาเห็น จึงพูดว่า จะลับดาบทำอะไรอีกเล่า ....... อ้าว.ก็นี่มันครบหนึ่งเดือนแล้ว ฉันจะฆ่าแม่ฉันเสีย คืนนี้แหละเธอช่วยฉันจับทีนะ ........เอ..พี่ไม่รู้ว่าพักนี้แม่เขาเป็นอะไร ดีผิดสังเกตุ ไร่นาก็โอน ให้ฉันหมด คำน้อยก็ไม่เคยด่าให้เจ็บใจเหมือนแต่ก่อนช่างเป็นแม่ผัวที่วิเศษเสียนี่กระไร อย่าฆ่า เลยนะพี่เลี้ยงแกไว้เถอะได้บุญออก ต่อมาก็ลับดาบข้างห้องแม่อีกเช่นเคย แม่ออกมาพูดว่า อ้าว..ลับดาบทำไมอีกเล่าลูก..........วันนี้ครบเดือนแล้วครับคุณแม่ตามสัญญาว่าจะฆ่านังเมียปากร้าย เสียทีเพื่อจะได้ไม่เป็นเสี้ยนหนามของแม่ แม่ช่วยฉันจับทีนะ ฝ่ายแม่ก็ตอบว่า โอ๊ะ..โอ๊ะ..อย่า อย่านะลูกมันเป็นบาป แล้วระยะหลังนี้เมียเองก็ดีต่อแม่เหลือเกิน ช่างเป็นลูกสะใภ้ที่วิเศษกว่า ลูกสะใภ้ชาวบ้านเป็นไหน ๆ อย่าไปฆ่าเลยลูก
     จะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่นั้นมาครอบครัวนี้ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัย ผู้ใหญ่ก็มีความเมตตา ผู้นอ้ย ก็มีความกตัญญู ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข เพราะการแก้ปัญหาด้วยปัญญาโดยแท้
     การแก้ปัญหานั้นบางครั้งคิดว่าใหญ่หลวงนัก แต่หากจะแก้ก็ไม่ยากใช้ปัญญาสาวหาต้นเหตุ เมื่อเจอแล้วก็แก้ไขที่ต้นเหตุนั้นแหละ อุปมาเหมือเครือเถาวัลย์ขึ้นท่วมบ้าน การที่จะรื้อเถาวัลย์ออก ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ เปล่าไม่ใหญ่เลย เพียงแต่คลำไปหาตอจนเจอแล้วถอนตอออก เถาวัลย์ขาดแล้วก็ดึงลงมาทีเดียวเสร็จเลย
     บ้านเมืองเราอุดมสมบูรณ์ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่เดียวนี้ หน้าข้าวชาวนาก็เอาข้าวมาเท ปิดถนน ถึงหน้าทุเรียน ชาวสวนก็เอาทุเรียนมาเทปิดถนน ถึงหน้าอ้อย ชาวไร่อ้อยก็เอาอ้อยมาเท ปิดถนน เห็นว่าขายไม่ออก ทำอย่างไรหนอจะมีพระเอกขี่ม้าขาว นำสินค้าเกษตรไปเสนอขายต่าง ประเทศ ได้ราคางามจนผลิตออกขายกันไม่ทัน ทำอย่างไรหนอประเทศไทยจึงจะมีรถที่ผลิตเอง ในประเทศไทย ข้าราชการไทยใช้รถดังกล่าวกันทุกกรมกอง ทำอย่างไรหนอ ทำอย่างไรหนอ จะมีคนมีปัญญามาแก้วไขได้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
คนซอกแซก
14/05/43