Make your own free website on Tripod.com

 mcuweblogo.gif (5075 bytes)

มหาจุฬาโพล ธรรมะบันเทิง มหาจุฬาสัมพันธ์ ปุจฉา - วิสัชนา นานาสาระ
ไทยรัฐ เดลินิวส์ ในเครือมติชน The Nation กรุงเทพธุรกิจ Bangkok Post ผู้จัดการ ฐานฯ INN ไทยโพสต์ เส้นทางเศรษฐกิจ
update.gif (1012 bytes)
พุทธศาสนสุภาษิตวันนี้
ปัญญา ย่อมเกิดเพราะการฝึกฝน.
โยคา  เว   ชายเต  ภูริ.

แหล่งธรรม

พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานชาดก
ประวัติพระพุทธเจ้า
พุทธศาสนาในประเทศไทย
คำสอนของพระองค์

ห้องสนทนาธรรม

ห้องวิจารณ์
ห้องแลกเปลี่ยนความรู้
ห้องนิสิตสัมพันธ์
ห้องคุยทั่ว ๆ ไป

กระดานความรู้

นักเรียนบาลี
ประชาสัมพันธ์วัดต่าง ๆ
นิสิตมหาจุฬา ฯ
ขอความคิดเห็น
ขอความช่วยเหลือ
เล่าสู่กันฟัง

เพื่อนบ้าน

  สารพันธ์

Hunsa.com

new1234.gif (1005 bytes)สมัครอีเมล์ฟรีกับเรา   ได้ชื่อเป็น yourname@mcu.bn3.com เป็นของนิสิตมหาจุฬา ฯ และสาธุชนทั่วไป และไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้นคลิ๊กตรงนี้ได้เลย
 
โครงการจัดอันดับเว็บไซท์ไทย
กรุณาให้คะแนนเว็บไซท์นี้ด้วยครับผม
จัดโดย ชมรมเว็บเพจไทย
 
บทความพิเศษ ประจำเดือนมิถุนายน ๔๓

แหล่งความรู้ที่ชัดเจนมีอยู่   ก็ไม่เอา   กลับไปหาทางเดาร่วมกับพวกที่ยังสับสน

     ท่านที่มีท่าที่ชัดเจน   คือไม่ยอมรับทฤษฎีอัตตา   ด้วยประการใด ๆ คือไม่ยอมรับอัตตาโดยปรมัตถ์ ซึ่งเป็นท่าทีที่ชัดเจนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นจึงต้องระวังไม่ให้ลัทธิภายนอก   และลัทธิเดิมก่อนพุทธกาล ที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธแล้วนั้น   กลับแทรกแซงเข้ามา   การที่จะยืนยันหลักพุทธศาสนานี้ไว้ได้   จะต้องมีความเข้มแข็งมาก เพราะว่า
๑.   ลัทธิอาตมัน/อัตตาเดิม   ก็มีอิทธิพลมากอยู่แล้ว
             ๒.   เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก   บุคคลที่เข้ามาในพระพุทธศาสนา   แม้มาบวชก็อาจจะนำเอาความคิดเห็นที่ผิดเข้ามาได้
 
          ลัทธิถืออัตตาว่ามีจริงนี้   ท่านผู้รักษาพระธรรมวินัย ในอดีตถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะต้องระวังไม่ให้แทรกหรือ   แปลกปลอมเข้ามาในพระพุทธศาสนา   เพราะเป็นลัทธิที่มีกำลัง ครอบงำสังคมชมพูทวีปอยู่   ก่อนพระพุทธศาสนา   เป็นหลักการใหญ่ที่ตรงข้ามกัน   ระหว่างพระพุทธศาสนา   กับลัทธิศาสนาเก่า   ซึ่งเขาจะต้องพยายามแผ่อิทธิพลเข้ามา   และเป็นสภาพความเชื่อ ของมนุษย์ที่แวดล้อมพระพุทธศาสนาตลอดมา พูดง่าย ๆ ว่า   พระพุทธศาสนาทั้งทวนกระแสทิฎฐิ   ของลัทธิศาสนาที่มีอิทธิพลให ญ่   และทวนกระแสกิเลสในใจของมนุษย์ปุถุชน
          อย่างไรก็ตาม   พระเถระในอดีตท่านมั่นคงยิ่งนัก   ในหลักการของพระธรรมวินัย   ดังที่ปรากฏว่า   หลังจากพุทธกาลไม่นาน   ประมาณ   พ.ศ.  ๒๓๕   ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช   พระสงฆ์มีพระโมคคัลลีบุตร   ติสสเถระเป็นประธาน   ได้ปรารภเรื่องทิฐิความเห็นแตกแยก แปลกปลอมเข้ามา ในพระพุทธศาสนาซึ่งมีจำนวนมากมายแยกกันไปถึง   ๑๘  นิกาย  ซึ่งจะต้องแก้ไข   จึงได้จัดการสังคายนาครั้งที่   ๓  ขึ้นในพระบรมราชูปถัมภ์   ของพระเจ้าอโศกมหาราช
        ในการสังคายนาครั้งนี้พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ   ได้รวบรวมคำวินิจฉัยขึ้นมาคัมภีร์หนึ่งชื่อว่า   กถาวัตถุ   อยู่ในพระอภิธรรมปิฎก   พิมพ์เป็นพระไตรปิฎกบาลีอักษรไทยเล่มที่   ๓๗   ซึ่งประมวลเอาความเห็นแตกแยกแปลกปลอมมาตั้งขึ้น   ๒๑๙  หัวข้อ   แล้วท่านก็กล่าวแก้   เรื่องราวถืออัตตานี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง   ที่เป็นข้อปรารภในการที่ให้ต้องสังคายนา   ถึงกับจัดเป็นหัวข้อแรกของกถาวัตถุนี้   เรียกว่า  "ปุคคลกถา"
        คำว่า "ปุคคละ"   ใน  "ปุคคลกถา"  นี้   ท่านใช้แทนคำทั้งหมดที่เกี่ยวกับการถืออัตตา   อย่างที่ในภาษาไทย   ในวงการธรรมเราพูดกันอยู่เสมอจนติดปากว่า   สัตว์  บุคคล  ตัวตน  เรา   เขา   ดังที่ท่านให้ความหมายไว้ว่า
 
ตตฺถ   ปุคฺคโลติ  อตฺตา  สตฺโต   ชีโว  (ปญฺจ  อ. ๑๒๙)
แปลว่า   "ในพระบาลีนั้น  คำว่าบุคคล   ได้แก่  อัตตา  สัตว์  ชีวะ"   และคำว่า  "อนัตตา"   ท่านก็ให้ความหมายด้วยว่า
 
อนตฺตาติ   อตฺตนา  ชีเวน  ปุคคเลน   รหิโต (ปญฺจ  อ. ๑๕๘)
แปลว่า   "อนัตตา  หมายความว่า   ปราศจาก  อัตตา  ปราศจากชีวะ   ปราศจากบุคคล"
        พวกปุคคลวาที   ซึ่งถือว่า  บุคคล   หรืออัตตา  หรือสัตว์   หรือชีวะ   มีจริงโดยปรมัตถ์นี้   ท่านแนะนำให้รู้จักในอรรถกถาว่า   เก  ปน  ปุคคลวาทิโนติ   สาสเนว  วชฺชิปุตฺตกา  เจว   สมิติยา  จ  พหิทฺธา  จ   พหู  อญฺญติตฺถิยา  (ปญฺจ  อ.   ๑๒๙)  แปลว่า  "ชนเหล่าไหนเป็นปุคคลวาที   ตอบว่า   ในพระศาสนาเองได้แก่พวกวัชชีบุตร   และพวกนิกายสมิติยะ   ละภายนอกพระศาสนาได้แก่   อัญญเดียรถีย์จำนวนมาก"   การที่ยกเรื่องกถาวัตถุขึ้นมาก็เพื่อให้เห็นว่า
        ๑. เรื่องนิพพานเป็นอัตตาหรือเป็นอนัตตา   และการถืออัตตาในรูปแบบต่าง ๆ นั้น
        ก)   หลักการของเถรวาทมีความชัดเจน   และได้ปฏิเสธไว้แน่นอนแล้วว่า   อัตตาไม่มีจริงโดยปรมัตถ์   มีเพยงโดยสมมติ
        ข)   ท่านถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่ทิ้งไว้ให้สาวก หรือศาสนิกชนทั้งหลายจะต้องมาคิดเห็นและถกเถียงกันวุ่นวายไป
        ๒. เป็นการชี้ให้เห็นว่า   เรื่องอย่างนี้ที่มีการถกเถียงกันนั้น   พระเถระผู้ดำรงพระศาสนาท่านมีความตะหนักรู้กัน อยู่ตลอดมาว่า  อะไรเกิดขึ้น   และเป็นเรื่องที่ท่านแสดงไว้ชัดเจนแล้ว   ท่านรู้มาเนิ่นนาน ในเรื่องการถือความเห็นแตกแยก แปลกปลอมซึ้งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยหลังพุทธกาล   เพราะสืบเนื่องมาจากลัทธิเก่าก่อนด้วย   และท่านก็แยกไว้ชัดเจนแล้ว   เพราะฉะนั้นถึงเราจะไปพบเห็นคัมภีร์   หรือแนวคิดทิฐิอะไรเกี่ยวกับเรื่องอัตตาอีก   ก็ให้รู้ว่าเป็นเดียงหลักฐานยืนยันยัน สิ่งที่ท่านได้ชำระสะสางไว้นานมาแล้ว
        ในขณะที่หลักการของพระพุทธศาสนา   เอกสารของวัดพระธรรมกาย   กลับจะให้รอไปหวังที่พึ่งคนภายนอก ที่ท่านปฏิเสธไปแล้วบ้าง   ที่เขายังอยู่ในระหว่างศึกษาคลำหาทางอยู่บ้าง (เหมือนจะจับเอาองค์พระศาสนา มาให้ผู้ศึกษาวินิจฉัย)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้แน่นอนเด็ดขาด   ว่าลัทธิถืออัตตา
ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
(โปรดติดตามตอนต่อไป   สัปดาห์หน้า)
 

redarrow.gif (834 bytes)ลงนามในสมุดเซ็นเยี่ยม

ข้างล่างนี้เป็นเครื่องมือสืบค้นหาเว็บไซต์ของไทยและต่างประเทศ พิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ...
hzpb.gif (753 bytes)

webvert.gif (356 bytes)

redarrow.gif (834 bytes) ขอเชิญสาธุชนร่วมสมทบทุนสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา   ติดต่อสอบถามได้ที่  6236325-6, 2222835 และ  9333355