Make your own free website on Tripod.com

ประสูติ

        พระเจ้าสุทโธทนะ  มีพระอัครมเหสีทรงพระนามว่า  มหามายาเทวี  ทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ร่วมกันมาด้วยความผาสุกจนกระทั่งพระเทวีทรงมีพระครรภ์  เมื่อพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ  พระนางได้รับพระบรมราชานุญาติจากพระสวามีให้แปรพระราชฐานไปประทับที่กรุงเทวทหะเป็นการชั่วคราว  ทั้งนี้ก็เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมสมัยนั้น  พระเทวีเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์  พร้อมด้วยข้าราชบริพารในเวลาเช้าของวันเพ็ญเดือน  ๖  ก่อนพุทธศักราช  ๘๐  ปี  เมื่อขบวนเสด็จผ่านมาถึงสวนลุมพินี  อันตั้งอยู่กึ่งกลางทางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะต่อกัน  พระนางทรงมีพระประสงค์จะประพาสอุทยาน  ข้าราชบริพารจึงเชิญเสด็จแวะไปประทับพักผ่อนอิริยาบถใต้ต้นสาละ ขณะประทับอยู่ที่สวนลุมพินีนั้นพระนางได้ประสูติพระโอรสภายใต้ต้นสาละ  เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะทราบข่าวประสูติจึงตรัสสั่งให้เชิญเสด็จ พร้อมด้วยพระราชกุมารกลับคืนกรุงกบิลพัสดุ์โดยด่วน 
        ข่าวประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส  ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย  ดาบสท่านนี้มีความคุ้นเคยกับราชสำนักของพระเจ้าสุทโธทนะ พอทราบข่าวประสูติของพระราชกุมารดาบสจึงลงจากเขาเข้าไปเยี่ยมเยียนยังราชสำนัก  ท่านมีความรู้เกี่ยวกับการทำนายมหาปุริสลักษณะ  พอเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า  นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมพุทธเจ้า  จึงกล่าวพยากรณ์ว่า  "พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ  เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่ง  ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก  จะประกาศธรรมจักร  พรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย"  แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร  พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นี้ทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ  ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส 
        เมื่อพระกุมารประสูติได้  ๕  วัน  พระเจ้าสุทโธทนะโปรดให้ประกอบพิธีเฉลิมฉลองรับขวัญ  และขนานพระนาม  โดยเชิญพราหมณ์  ๑๐๘  คนผู้เชี่ยวชาญไตรเพทมาบริโภคโภชนาหาร  ต่อจากนั้น  พราหมณ์  ๘  คน  ผู้รู้การทำนายลักษณะได้ตรวจสอบลักษณะของพระกุมาร  แล้วพบว่า  พระกุมารมีลักษณะมหาบุรุษ  ๓๒  ประการ  จึงให้คำทำนายชีวิตในอนาคตของพระกุมาร  พราหมณ์  ๗  คน  ชูสองนิ้ว  แล้วทำนายว่าพระสิทธัตถราชกุมารนี้มีคติเป็นสองประการคือ  ถ้าอยู่ครองเพศฆราวาสจะได้เป็นพระเจ้าจักพรรดิ  แต่ถ้าออกผนวช  จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ศาสดาเอกของโลก  แต่พราหมณ์คนที่  ๘  ชือว่าโกณฑัญญะ  ชูนิ้วเดียวแล้วทำนายยืนยันหนักแน่นเป็นคติเดียวว่า  พระกุมารจะต้องออกผนวช  และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ต่อจากนั้น  ที่ประชุมของพราหมณ์ได้ถวายพระนามแด่พระกุมารว่า  "สิทธัตถะ"  แปลว่า  "สมปรารถนา"  หมายความว่า  "ผู้สร้างความสำเร็จสมปรารถนาแก่ชาวโลกทั้งปวง" 
        ในวันที่  ๗  นับแต่วันประสูติ  พระนางมหามายาเทวีผู้เป็นพระชนนีของพระกุมารได้ทิวงคน  ทั้งนี้เพราะ  "มารดาของพระโพธิสัตว์มีอายุน้อยนัก  เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติได้  ๗  วันมารดาของพระโพธิสัตว์ย่อมทิวงคตไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต"  นับแต่นั้นมาพระสิทธัตถราชกุมาร  จึงอยู่ในความดูแลของนางมหาปชาบดีโคตมี  พระน้านางของพระพุทธองค์ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะสืบต่อมา.